2006/May/16

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไรเลยอ่า เลยไม่ค่อยได้มาอัพอะไรใหม่ๆในนี้แต่ถ้ามีเวลาก็จะพยายามมาอัพให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ตามเวลาที่มีละกัน

ในที่สุดแล้วไล่ล่าสคูเด็ตโต้ระหว่าง Ac-Milan และ Juventus ก็จบลงไปด้วยการลุ้นกันหืดจับทั้งๆที่ในช่วงเหลือประมาณ8-9 นัดสุดท้าย Juventus มีแต้มนำห่างMilan อยู่ถึง10 แต้มแต่ช่องว่างกลับค่อยๆลดลงมาจากผลการเสมอของยูเว่ตั้งแต่นัดเจอกับ โรม่า และยังตามมาเสมอกับเตรวิโซ่ ฟิออเรนติน่า กายารี่ และไปเสมอลาซิโอในเดลเล่อัลปิของตัวเอง ผลเสมอ 6 นัดติดๆ ทำให้ยูเว่ส่อแววว่าจะปล่อยสคูเด็ตโต้ให้กับมิลานทีมคู่ปรับตลอดกาลจนกระทั่งต้องมาลุ้นกันจนนัดสุดท้าย ยูเว่ก็เอาชนะ เรจจิน่าไป2-0 ทำให้ไม่ต้องไปรอลุ้นคู่ของมิลานส่งผลให้เบียงโคเนรี่ก้าวคว้าสคูเด็ตโต้สมัยที่ 29 ได้สำเร็จจนได้

ความสำเร็จของยูเวนตุสนับว่าเปนความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก พวกเค้าเปนทีมที่มีมาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แนวทางการเล่นที่พวกที่ชอบดูอังกฤษด่ากันว่า "บอลตุ๊ด" คือเล่นเกมส์รับ แล้วรอสวนกลับน่ะแหละทำให้พวกเค้าได้เปนแชมป์ยุโรปใน95 แม้ว่าในสมัยคาเปลโล่ทีมจะเปลี่ยนไปเล่นเกมส์รุกแล้วก็ตามแต่สไตล์การเล่นที่เล่นเกมส์รับอันยอดเยี่ยมและอาศัยความผิดพลาดจากฝั่งตรงข้ามก็ยังสืบทอดมายังทีมชุดปัจจุบันนี้ ถ้าเทียบกับมิลานแล้วต้องบอกเลยว่า แนวรุกมิลานนั้นน่ากลัวกว่าเยอะ ทั้ง กาก้า(นักบอลที่คิดว่าหล่อที่สุดในโลกแล้ว) เชฟเชนโก้, ฟิลิโป้ อินซากี้,คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ หรือแม้แต่กองหลังมันยังบุกอย่างคาฟู ที่นักบอลพากันโหวตว่าเปนแบ็คขวาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก แต่พวกเค้าก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามยูเวนตุสได้ 2 ปีติดๆกัน ไม่สามารถเอาชนะสไตล์การเล่นบอลอิตาเลียนแท้ๆของคาเปลโล่ไปได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้แฟนบอลรู้สึกภูมิใจทีมของตน นักเตะขวัญใจของยุเวนตุสที่ช่วยพาทีมคว้าสคูเด็ตโต้จะเปนใครไม่ได้นอกจาก เดลปิเอโร่ กัปตันทีมที่ในช่วงหลังๆเค้าคือซัพพอร์เตอร์ที่ช่วยทีมตีเสมอมาหลายต่อหลายครั้งแม้จะไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงเล่นแต่เมื่อได้เล่นมาตรฐานกองหน้าที่ต้องยิงประตูก็ยังอยู่คู่กับเค้าแม้จะขึ้นเลข 3 แล้วก็เถอะ

หลายต่อหลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักยูเวนตุสซักเท่าไรก็เลยขอหยิบเกียรติประวัติจากตู้สโมสรยกมาไว้ที่นี่มันซะเลย

1905 - 1925/26 - 1930/31 - 1931/32 - 1932/33
1933/34 - 1934/35 - 1949/50 - 1951/52
1957/58
(10th Italian Championship)

1959/60 - 1960/61 - 1966/67 - 1971/72 - 1972/73
1974/75 - 1976/77 - 1977/78 - 1980/81
1981/82
(20th Italian Championship)

1983/84 - 1985/86 - 1994/95 - 1996/97 - 1997/98
2001/02 - 2002/03 - 2004/05-2005/06

(29th Italian Championship)

U.E.F.A. Champions League
1984/85
1995/96

CupWinners' Cup
1983/84
U.E.F.A. Cup
1976/77
1989/90
1992/93
Intercontinental Cup
1985
1996

Italian Cup
1937/38
1941/42
1958/59
1959/60
1964/65
1978/79
1982/83
1989/90
1994/95
Italian Super Cup
1995
1997
2002
2003
U.E.F.A SuperCup

1985
1996
Intertotocup
1999

Alessandro Del Piero


ถ้าเอ่ยถึงสัญลักษณ์ของทีมอย่างรีลมาดริดก็ต้องนึกถึงราอูล ถ้าเปนโรม่าก็ต้องต๊อตติ หรือถ้าเปนลิเวอร์พูลทุกคนต้องนึกถึงเจอร์ราด และถ้า ยูเวนตุสล่ะ

1 ในสุดยอดกองหน้าคนหนึ่งของโลกและวงการฟุตบอลอิตาลีด้วยลีลาการพริ้วไหว และฟรีคิกอันแสนเฉียบคมจากเท้าขวาอันทรงเกียรติ กัปตันทีมของเบียงโคเนรี่ผู้มากด้วยความมหัศจรรย์จนได้รับฉายาว่า Golden Boy

เดลปิเอโร่ ได้ถูกรับเลือกให้เปนส่วนหนึ่งของทีมชาติในปี 96 ในศึกยูโร การเล่นของเค้าเปนส่วนหนึ่งในความสำเร็จของอิตาลีที่ช่วยพาทีมไปถึงรอบชิงยูโร 2000 แต่ก็ต้องพลาดท่าพ่ายฝรั่งเศสไปในช่วงต่อเวลาอย่างน่าเสียดายและในฟุตบอลโลกปี2002ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นพวกเค้าก็ถูกเจ้าภาพเกาหลีใต้เขี่ยตกรอบไปอย่างค้านสายตากองเชียร์

สตาร์จากเมืองเตรวิโซ่เข้าร่วมทีมยูเวนตัสเมื่อปี 1993 หลังจากเล่นไป14 เกมส์ในซีรี่ย์B กับปาโดว่าและได้เข้ามาร่วมงานกับโรเบอร์ บัจจิโอ้ ,ฟาบิซิโอ ราวาเนลี่,จิอันลูก้า วิอัลลี่ การเล่นอันสง่างาม ฟรีคิกอันแม่นยำพาทีมเข้ารอบชิงแชมป์เปี้ยนลีคไปพบกับไอแอ็ค อัมเตอร์ดัมจากฮอลแลนด์ในปี95 พวกเค้าเอาชนะไปได้นั่นคือแชมป์ยุโรปอันยิ่งใหญ่โทรฟี่แรก ปีถัดมาพวกเค้าพลาดท่าให้กับโบรุสเซีย ดอทมุนท์ ในรอบชิง และ รีลมาดริดในรอบชิงในปี97 เดลปิเอโร่ยังเปนส่วนหนึ่งในความสำเร็จให้ทีมเสมอมาแม้ว่าในระยะหลังๆนั้นจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ไม่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอแต่ประตูที่เค้าทำได้คือการต่อลมหายใจให้ยูเวนตุสอยู่เสมอๆ ทำให้ทีมได้ครองสคูเด็ตโต้สมัยที่29ให้กับสโมสรอันยิ่งใหญ่จากเมืองตูรินนี้

Gianluigi Buffon

Italy นั้นขึ้นชื่อเรื่องเกมส์รับอันเหนียวแน่นอยู่แล้ว และ ปราการเหล็กด่านสุดท่ายของเกมส์รับ ผู้รักษาประตูอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ (จริงๆมีหลายคนแต่เราคิดว่า คนนี้แหละ เบอร์ 1 จริงๆ) เบอร์ 1 ของทีมยูเวนตุส จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน

หลายต่อหลายคนที่เคยเหนเค้าเล่นในสนามคงต้องบอกเหมือนกันว่า "คนเนี้ยล่ะ สุดยอดโกล์จริงๆ." ความทุ่มเทในสนาม ความมุ่งมั่นในชัยชนะ ผู้ที่คอยปิดทองหลังพระเสมอมาให้กับทีม และความเปนมือโปร บุฟฟ่อนมีทุกสิ่งที่ได้กล่าวมา

บุฟฟ่อนเริ่มเล่นให้กับปารม่าในปี 95 ตอนนั้นเค้าอายุได้17ปี ก่อนจะเล่นให้กับสโมสรไป168นัด ไปปี 98/99 ปาร์ม่าก็คว้าถ้วยโคปาอิตาเลีย,อิตาเลีย ซุปเปอร์คัพ,และ ยูฟ่าคัพจากสกอร์3-0 ในรอบชิงกับโอลิมปิค มาร์กเซยก่อนจะย้ายออกจากเอนดิโอ ทาร์ดินี่ไปในปี2001

ยูเวนตุสได้จ่ายเงินมหาศาลเพื่อดึงบุ่ฟฟ่อนมาและพวกเค้าก็คว้าสคูเด็ตโต้ได้ในปี2003 และไปถึงรอบชิงแชมป์เปี้ยนลีคในปีนั้นก่อนปราชัยให้กับเอซีมิลานในการดวลจุดโทษ

บุฟฟ่อนนั้นยังคงเปนตัวเลือกแรกของลิปปี้ในทีมชาติเสมอมาด้วยการเล่นอันคงเส้นคงวาและด้วยทักษะความสามารถของเค้าที่ทำให้ลิปปี้เชื่อใจในการป้องกันของยอดนายทวารจากทีมม้าลายนี้ส่งให้ทีมจากตูรินได้สคูเด็ตโต้2สมัยซ้อน

อย่างที่บอกไปแล้วว่าไม่คอ่ยมีเวลาว่างซักเท่าไรก็เลยมาอัพอะไรได้แค่เล็กๆน้อยๆ เอาไว้เรียนก่อนเวลาว่างจะเยอะขึ้นจะพยายามมาอัพให้



edit @ 2006/05/16 18:00:52
edit @ 2006/05/16 18:04:46

2006/May/05

Retro- Berserkมิตรภาพในวันวานที่มิอาจหวนคืน กับเส้นทางแห่งหยาดโลหิตที่ต้องก้าวไป


ภาพตัวละครไล่จากแถวบน ซ้ายไปขวา แพ็คกับอีวาเรล่า,พิพิน,ฟาลเนเซ่,อัศวินกระโหลกไกเซริค,กัซ,โซเนีย,แคสก้า,ซ็อด,ชาร์ล็อต(น่าจะใช่นะ),อิชโดร
แถวล่าง ตัวแรกนี้ไม่รู้ไม่น่าใช่ริเคลโต้แน่ๆ,โรคุส,ซีเก้,เซอร์ปิโก้,โคคัส,เออร์ไวน์,จูโด้,กรีฟีส,ฟลอร่า,กรุนเบลด์

เวลาไปถามใครหลายต่อหลายคนที่เปนนักอ่านการ์ตูน ถ้าเราถามเค้าว่า"การ์ตูนเรื่องไหนที่คิดว่ามัน โหดที่สุด" 1ในคำตอบเหล่านั้นต้องมีเรื่องนี้ " Berserk"

เบอร์เซิร์ค นั้นเปนการ์ตูนที่เก่ามากๆ (เรียกโคตรเก่าเลยก็ว่าได้อ่ะ) ถ้าหากคุณลองพลิกไปดูที่ปกหลังการ์ตูนเล่มนี้ จะเหนว่า เล่มแรกนั้น อาจารย์ มิอุระ เคนทาโร่ ได้วาดไว้เมื่อตอนปี1989 หรือเมื่อ17 ปีที่แล้วนั่นเอง จนกระบั่งบัดนี้ เบอร์เซิร์ค ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในวงการนี้และไม่มีทีท่าจะจบลงไปง่ายๆด้วย แถมยิ่งระยะหลังๆอาจารย์แกอินเทรนด์ออกแนวแฟนตาซีเกินหน้าเกินตาไปซะแล้วล่ะ (T_T จารย์คร้าบ โอเวอร์ไปไหมเนี่ย)

เบอร์เซิร์คเปนการ์ตูนในแนว Act Adv และออกแนว Fantasyด้วย (ยิ่งระยะหลังๆ นี่ Fantasy เต็มลูกสูบเลย ) ครั้งแรกที่ผมได้อ่านเรื่องนี้ คือตอนอยู่ประมาณชั้นม.1 ม.2 (นับๆดูก็2ปีมั้ง อิอิ ลดอายุตัวเองซะงั้น แต่เราว่าเราก็หน้าเด็กนะ ^_^) ตอนนั้นผมอยู่ที่สนามบาส เหนเพื่อนมันเล่นบาสกันแล้วเหนการ์ตูนเรื่องนึงมันวางเอาไว้ ไอ้เราก็สนใจก็เลยไปหยิบมาดู ประทับใจอย่างแรงเลย (เน้นว่าอย่างแรงนะ)กับ(ไอ้)หน้าปกที่ไม่ดูไม่จืดเลยจริงๆมันผ่านมือคนอ่านมากี่ร้อยคนกันหรือทำไมสภาพน่าอดสูเยี่ยงนี้ เหมือนกับว่ามันเอาไปอ่านในห้องน้ำหรือยังไงกัน(วะ) ช่างหัวพระบิดามัน เราสนใจเนื้อหาข้างในมากกว่าก็พอ เราก็พลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างในดู อ่านไปด้วยความสับสน ก็แหงล่ะ มันเปิดเรื่องด้วยเล่ม6 จะไปเข้าใจได้ไงเล่า หน้าแรกกับคำพูดแรกที่ได้อ่าน เปนฉากที่กริฟิส กับกัส คุยกันตรงระเบียง คำพูดของกรีฟิสพูดว่า" ที่ชั้นยอมเอาตัวเสี่ยงเพื่อนาย เหตุผลมันสำคัญหรือ " อ่านเสร็จ คิดในใจ ชิบหายแล้วกู อ่านการ์ตูนY หรอวะเนี่ย ช่างมันลองอ่านดูไม่เสียหาย อ่านไปอึ้งกะลายเส้นไปคนวาดเรืองนี้วาดรายละเอียดได้ดีจริงๆ นับถือๆ จากที่ลองอ่านดูก็กลายเปน"ไปซื้อมาอ่านซะเลยดีกว่าเรา อิอิ.." เพราะดันไปโดนใจฉากบู๊เลือดสาดเนี่ยล่ะ โดนใจอย่างแรง+กับชอบความคลาสสิคของเนื้อเรื่องตอนนั้นเลยทำให้ตัดสินใจแบบไม่คิดไรเลย ซื้อมาลองเชิงเล่มแรกดูก่อน พลิกเล่มแรกมาอ่าน ทำไมลายเส้นมันชวนปวดเฮดงี้เนี่ย และก็ค่อยๆซื้อมาทีละเล่มๆ พอถึงเล่ม4 เล่ม 5 เนี่ยล่ะ กลายเปนว่า ซื้อที 3-4 เล่มติดต่อกันเลย 555 เนื้อหาเปนไงอ่านดูเองก็ต้องคิดเหมือนกับเราแหละ กลายเปนว่าตอนนั้นติดเชื้อบ้าไปเลย แล้วแต่ละเล่มเนี่ย 40 บาทตั้งกะเล่มแรกเลยนะครับ ระยะหลังค่อยดีหน่อย ผลาญเงินพ่อแม่เพิ่มอีก5 บาท(ดียังไงกัน) ใครต่อหลายคนที่ไม่เคยได้อ่านเรื่องนี้ถ้าได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคงอยากรู้ล่ะสิว่า เนื้อเรื่องมันเปนยังไง ทำไมมันถึงโดนใจผมได้ขนาดนี้ ว่าแล้วจะช้าทำไมกันล่ะ ไปดูเนื้อเรื่องแสนคลาสสิคกันเลย


ภาพของ กัส กับ แคสก้า

เปิดเริ่มเรื่องด้วยการมาเยือนของนักรบดำ ผู้มีนามว่า กัส ที่เมืองนั้นเองเค้าได้ช่วยแพ็ค เอลฟ์ตัวจิ๋วที่กำลังเปนของเล่นให้พวกนักเลงในร้านเหล้าในเมือง พอออกมาข้างนอกร้านกัสก็ถูกทหารจากปรสาทเจ้าเมืองรวบตัวเข้าคุกไปด้วยข้อหาสังหารคนของปราสาทโคคาที่ปกครองเมืองนี้อยู่ (ชื่อเหมือนร้านสุกี้ตรงสยามสแคว์เลย 555มีปราสาทMk ด้วยไหมจะได้อิ่มเบิ้ลไปเลย) ด้วยการช่วยเหลือของแพ็คทำให้กัสสามารถออกมาจากคุกได้นี่คือคู่หูคนแรกของกัสหลังจากที่อยู่คนเดียวมาแสนนานและได้ไปลุยจริงๆจังๆกับคนปกครองเมืองนี้ซะที ที่นั่นเองเราจะได้เหนการปรากฏตัวของสาวกตัวแรกในเรื่อง การต่อสู้ระหว่างนักรบดำผู้มีรอยตีตรา กับเหล่าสาวกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว กัสได้ต่อสู้เรื่อยมากับเหล่าสาวกจนกระทั่งมาถึงอีกเมือง ที่เมืองนั้นเองในการต่อสู้กับสาวก ขณะที่กัสกำลังคลั่งได้ที่ โลกต่างมิติก็ถูกเปิดออก ก็อดแฮนด์ทั้ง 5 ได้ปรากฏกายขึ้นมาต่อหน้าผู้ถูกตีตรา ความทรงจำในอดีตหวนกลับมาอีกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้า1ในก็อดแฮนด์ผู้มีนามว่า "กรีฟีส " สภาพของกัสที่เต็มไปด้วยบาดแผลไม่อาจทำอะไรแก่กรีฟีสได้เลยแม้แต่น้อย แต่กัสยังไม่ตายและการต่อสู้ระหว่าง2คนนี้เปนเพียงปฐมบทเท่านั้น

เรื่องราวของกัสในช่วงต่อมา จะถูกย้อนกลับไปในอดีตอีกครั้ง ในตอนท้ายเล่ม3นี้ เราจะได้อ่านอดีตของกัส ที่เปนช่วงที่เราชอบที่สุดในเรื่องนี้เลยทีเดียวตั้งแต่การที่กัสได้ถูกเลี้ยงดูขึ้นมาในกองทหาร การออกมาเปนทหารรับจ้างเร่ร่อน และจุดเปลี่ยนของชีวิตในอดีตของกัส เมื่อกัส ได้พบกับกรีฟรีส หัวหน้าแห่งกองพันเหยี่ยว ที่ตอนนั้นยังเปนเพียงทหารรับจ้างอยู่ กัสในเวลาต่อมาได้เข้าร่วมกับทัพของกรีฟีสเปนทัพหน้าให้กองพันเหยี่ยวในสงครามต่างๆมากมาย และเวลาก็ผ่านพ้นไป วันนึงกัสและกรีฟีส ได้พบกับ ซ็อด นอสเฟอร์ราตูว์ นี่คือสิ่งมีชีวิตที่ทั้งคู่มิอาจจินตนาการนิมิตฝันได้ในช่วงเวลานั้นเบเฮริท(สร้อยคอของกรีฟีส) ที่ช่วยชีวิตในวันนี้คือสิ่งที่จะเบิกอนาคตอันแสนเจ็บปวดในช่วงเวลาข้างหน้า คำพูดของซ็อดที่บอกกับกัส ทิ้งท้ายไว้ว่า"เมื่อใดที่ความหวังของชายผู้นี้(หมายถึงกรีฟีส)พังทลายลง ดวงชะตาจะถึงฆาต ความตายคือสิ่งที่มิอาจเลี่ยงได้ " นี่คือคำพูดที่จะเปลี่ยนทุกอย่างที่แสนสวยงามในวันนี้จนหมดสิ้น


คนเนี่ยล่ะ กรีฟีส ตัวละครโปรดของเรา

วันเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งถึงวันที่คำพูดของซ็อดได้มาถึง ความสิ้นหวังของกรีฟีส ก่อเกิดความมืดขึ้นในจิตใจแปรเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเปนความมืดเพียงเพื่อความต้องการของตนเอง ความต้องการเปนใหญ่เหนือใครๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีแหลกสลายไปต่อหน้าของกัส เกียรติยศ ศักดิ์ศรี มิตรภาพ และความรัก ได้สลายไปพร้อมกับตาขวาและแขนข้างซ้ายของกัส กรีฟีสเปลี่ยนวิญญาณตัวเองให้กลายเปนปีศาจ เปนราชันย์แห่งพวกสาวกที่ถูกเรียกว่า ก็อดแฮนด์ ในนามปีกแห่งรัตติกาล(เฟมุท) พร้อมกับการปรากฏรอยตีตราขึ้นมาบนร่างกายของกัส ด้วยการช่วยเหลือของนักรบผู้นึงทำให้กัสรอดชีวิตมาได้ แต่ความแค้นมันยังไม่หมดไป การเดินทางเพื่อตามล่าผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปนสหายร่วมรบเคียงข้างกันมาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพื่ออดีตที่เคยสูญเสีย เพื่อเกียรติยศแห่งกองพันเหยี่ยว หนทางข้างหน้าแม้จะเต็มไปด้วยเลือด มันคงไม่สำคัญอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหน้าคือปีศาจแห่งความโลภที่ครั้งหนึ่งเคยเปนเพื่อนรักกันมา


เหนแค่รายละเอียดเส้นผมตัวละครก็แทบกราบ อ.แล้ว

เรื่องเบอร์เซิร์คนี้ด้านเนื้อเรื่องถือว่าดีเลยทีเดียว ลายเส้นงาม สำหรับบางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันละเอียดจัด ถ้าเทียบดูเล่มแรกๆนะมันก็ละเอียดแล้ว แต่ระยะหลังๆนี่ สุดยิกจริงๆ แถมยังลงหมึกซะระเบิดเถิดเทิงอีกตะหากหน้าของกัสตอนแรกที่ดูเปนพวกโรคจิตระยะหลังๆค่อยดูน่าเกรงขามมากขึ้นหน่อยค่อยโล่งใจที่พระเอกเราไม่ต้องโรคจิตหื่นกามไปทั้งเรื่องแล้ว ช่วงแรกเฮียกัสแกดูเครียดมาก หลังๆนี่ค่อยมีตัวประกอบออกมาเยอะทำให้หายเครียดไปได้เยอะเลยตอนนี้ที่ญี่ปุ่นได้ออกมาประมาณเล่มที่30แล้ว ใครที่จะคิดไปซื้อ ตอนนี้มีพิมพ์ย้อนออกมาแล้วราคาเล่มละ45 พิมพ์ย้อนมาได้ไม่กี่เล่มเองประมาณ8 เห็นที่ร้านเจซีสาส์นน่ะ(เวลาไปร้านนั้นอย่าไปถามลูกจ้างนะ คุยและมะรู้เรื่องไปถามเฮียแกดีกว่า) แนะนำให้ไปซื้อยกชุดดีกว่าถูกกว่าแถมไม่ต้องห่วงเรื่องจะเก็บไม่ครบด้วย

ผู้ปกครองคนไหนที่คิดจะซื้อให้ลูกอ่าน หรือลูกตัวเองอ่านอยู่ก็พิจารณาตามสมควรของคุณแล้วกัน เรื่องนี้นั้นมีเรื่องเกี่ยวกับเซ็กส์มากพอตัวเลยทีเดียวล่ะ แถมภาพฉากต่อสู้ที่สู้กันเลือดสาด ตับไตไส้พุงทะลักนี่ เหนแล้วหยอง พิจารณาด้วยความคิดคุณแล้วกันว่าสมควรให้ลูกคุณอ่านหรือไม่

โดยรวมแล้วถือว่าเปนการ์ตูนที่ยาวนานที่ล่วงเลยมาจนผมจะออกไปทำงานแล้วนะเนี่ยแถมยังมีเวอร์ๆต่อๆไปอีกด้วย ถือเปนการ์ตูนระดับ มาสเตอร์พีซ เลยจริงๆ

**ฟันธง**
ลายเส้นละเอียดโคตรๆฉากต่อสู้บู๊กันสนั่นหวั่นไหว เนื้อหาที่เข้มข้นแม้ช่วงหลังๆจะออกแนวแฟนตาซีไปบ้างก็เหอะแต่ยังคงคุณค่าความโหด มัน สะใจได้ดีอยู่ ให้แบบเปนกันเอง 8/10



ฉากสงครามที่คุณจะต้องเหนเปนกิจวัตร


เบอร์เซิร์คโด่งดังมากถึงขนาดมีสร้างเปนเกมส์ในเครื่อง Ps2 เลยทีเดียว

Berserk ในฉบับเกมส์นี้ เปนภาค Millenium Falcon ซึ่งเปนภาคที่กัสจะพาแคสก้าไปยังถิ่นของพวกเอล์ฟ นั่นคือ เอล์ฟไฮม์ เปิดเริ่มต้นด้วยไตเติ้ลที่ทำออกมาได้ดีทั้งกราฟฟิกและเพลงประกอบเลยทีเดียว รู้สึกจะเปนทีมสร้างจากเกมส์ Bloodt Roar4 ด้วย เริ่มต้นเกมส์จะอยู่ที่ช่วงการดำเนินเรื่องตรงดินแดนหิมะ(ตรงที่ไปเจอกับกรีฟีส แล้วก็ไปเจอซ็อดนั่นแหละ) และดำเนินเรื่องตามแบบหนังสือการ์ตูนเป๊ะ กราฟฟิกในเกมส์อยู่ในระดับดี การบังคับทำได้ต่อเนื่อง เราสามารถกดคอมโบเล่นฟันแบบไปเรื่อยๆได้ไม่ต้องหยุดได้เลย มีโหมดBerserk ที่กดแล้วมันจะฟันมั่วเละเทะไปหมด สมชื่อจริงๆ มีผู้ช่วยของพวกเราคอยสนับสนุนอยู่และเมื่อผ่านแต่ละจุดจะให้มีการอัพเกรดอาวุธหรือเพื่อนๆที่คอยช่วยให้เก่งยิ่งขึ้นอีก อาวุธก็มีอยู่ประมาณ4อย่างตั้งแต่มีดสั้น ธนูหน้าไม้ หรือแม้แต่ระเบิดที่ติดที่แขนกลของกัส มอนเตอร์ในเกมส์โง่ๆไปนิด(แนะนำให้เล่นแบบยากสุดๆไปเลยได้มันส์แน่)ไปมันส์ได้ก็แค่บอสๆ แต่มอนเตอร์เยอะโคตรๆๆๆ ด่านนึงเล่นนานมากเพราะมอนเตอร์มันเยอะๆโคตรๆๆๆ ถ้าเล่นไปวันละนิดก็หนุกหนานบ้าๆบอๆไปกะมันได้แต่ถ้าเล่นไปเล่นมาจะพาลเอาเบื่อได้เหมือนกันกดฟันอยู่แบบเดิมๆล่ะนะ โดยรวมก็Ok ไม่ขี้เหร่ ไม่ดีถึงขั้นดีมาก

ขอบคุณทางเว็บ Sakurasoushi.com ผู้ให้การอุปการะบทเพลง Kuranai-X_Japan อย่างเปนกานเองนะครับ



edit @ 2006/05/08 11:32:56

2006/May/03

I'LL

หลังจากที่มีพวกคอลัมม์ รีวิว ไปแล้วแต่จะเอาการ์ตูนเก่ามาเล่าใหม่จะใช้ชื่อรีวิวคงไม่ดี ก็เลย เอาเปน เรคคอมเมนด์ และกัน

หลายต่อหลายคนอาจจะเคยอ่านการ์ตูนแนวกีฬาอย่างบาสเก็ตบอล (Slamdunk หรือ Dan Dan Dunk ) มาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว และคุณได้ลองหยิบเรื่องนี้มาอ่านดูแล้วหรือยังล่ะ

ถ้าจะถามนักอ่านการ์ตูนคนไทยเราคงมีน้อยคนนักที่จะรู้จักเรื่องนี้ อาจจะเปนเพราะการ์ตูนแนวกีฬามักจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักอ่านเท่าไรถ้าเทียบกับการ์ตูนแนวแอคชั่น แนวแอดแวนเจอร์อย่างเรื่อง Kyo หรือ Rave ที่กลุ่มนักอ่านการ์ตูนในแนวนี้นั้นมีมากมายล้นหลาม การ์ตูนแนวกีฬาอย่างเรื่องนี้จึงกลายเปนประเภทเดินผ่านไปซะงั้น ทั้งๆที่ในญี่ปุ่นก็ดังมากพอตัวมีสินค้าตั้งแต่เสื้อผ้าพวกกุญแจ มีดพก ออกมาวางขายกัน แต่คนไทยเรากลับเดินผ่านการ์ตูนวัยรุ่นเรื่องนีไป วันนี้ผมจะมาให้ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านคอลัมม์ผม ได้ทำความรู้จักกับการ์ตูนเรื่องนี้กัน มันอาจจะไม่โดนใจใครต่อใครเท่าไร แต่สำหรับตัวผม ยกให้เปน 1 ใน 10 การ์ตูนที่แตะบ่อยที่สุดเลย ไม่แน่ว่าพอคุณอ่านจบคุณอาจจะเดินไปที่ร้านเช่าลองหยิบมาอ่านดูซักหน่อยก็เปนได้

เริ่มต้นเรื่องด้วยการแข่งขันบาสเก็ตบอล ม.ต้น นัดอำลาผู้เล่นปี 3 ของ 2 โรงเรียน พระเอกคนแรกของเรา ทาจิบานะ อากาเนะ แห่งโรงเรียนนิโนมิยะคิตะ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม กวาดแต้มเปนว่าเล่น และทางโรงเรียนคู่แข่งก็เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนนึงเข้ามา ฮิอิรางิ ฮิโตนาริ พระเอกอีกคนของเรา การพบกันในสนามของทั้งคู่ ช่วงเวลาที่ปะทะกันในเวลาอันสั้นนั้น เกิดเปนจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในเวลาต่อมา และแล้วเกมส์การแข่งขันก็จบลงไปด้วยการยกเลิกการแข่งขันจากการตีกันของ อากาเนะ กะ ฮิอิรางิ (-_-!!) อากาเนะ ผู้ไม่เคยมีไฟจะทำอะไรจริงๆจังๆซักอย่าง ต้องการเลิกเล่นบาสอย่างแน่วแน่เพราะเกลียดกับการตั้งความหวังกับชมรมบาสของเค้ากับฮิอิรางิ น้องชายนักบาสทีมชาติญี่ปุ่น ผู้ไม่ต้องการอยู่ในคำสั่งของพ่อกับพี่ (พวกนอกกรอบ) ที่คอยวางทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้ตัวเค้า และโชคชะตาก็เหมือนเล่นตลกเมื่อทั้งคู่พบกันอีกครั้งในโรงเรียนมัธยมปลาย โคซุ การเล่นอันยอดเยี่ยมของ ฮิอิรางิ เมื่อคราวที่พบกันมันคงอยู่ในความทรงจำอากาเนะเสมอมา อากาเนะตัดสินใจเข้าชมรมบาส อีกครั้ง เป้าหมายไม่ใช่การมุ่งสู่ทั่วประเทศ แต่เปนการโค่นฮิอิรางิ ฮิโตนาริ ทางด้านฮิอิรางิ ที่ยังไม่ได้เข้าชมรมอะไรเลยกับเค้าได้เดินไปดูการแข่งระหว่างโคซุกับทีม ฮะยามาซากิ ที่มีพ่อของเค้าเปนโค้ชให้ฮิอิรางิได้ตัดสินใจเข้าชมรมในวันนั้นในการแข่งกับฮะยามาซากินั่นเอง การพบกันในสนามที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อหลายเดือนก่อน วันนี้พวกเค้าทั้ง2ได้มายืนคู่กัน เพื่อก้าวสู่เส้นทางที่เปิดกว้างในวันข้างหน้า

เรื่องราวต่างเริ่มผ่านไปอย่างช้าๆ การเข้ามาในทีมของอดีตนักบาสจากโรงเรียนดัง ฮารุโมโตะ และ ยามาซากิ กัปตันทีมที่ยังไม่หายเจ็บเข่าดีแต่ด้วยใจรักในบาสจึงกลับมาอีกครั้ง เรื่องราวต่างๆค่อยๆผ่านจุดแต่ละจุดที่มีผลต่อความตั้งใจของอากาเนะ จากเดิมที่ต้องการชนะฮิอิรางิ เท่านั้นกลายเปนต้องการชัยชนะเข้าสู่ทั่วประเทศ จนถึงบทอวสานของทั้ง2คนจากจุดเริ่มต้นที่ยืนประจัญหน้ากัน ยืนในสนามเดียวกัน ฝ่าอุปสรรคไปพร้อมๆกัน จนถึงบทส่งท้ายที่น่าประทับ

เรื่องนี้นั้นดำเนินเรื่องไปอย่างค่อยเปนค่อยไป ไม่รีบร้อนมากจนเกินไป ด้านเนื้อเรื่องที่ไม่มีความซับซ้อนอะไรเลย การแสดงออกของตัวละครสะท้อนสภาพวัยรุ่นได้เปนอย่างดีทั้งการแต่งตัวหรือ นิสัยแบบวัยรุ่นเช่นการชกต่อยกัน และสถานที่ในเรื่องนี้นั้น อิงมาจากสถานที่จริงๆในเมืองนั้นเลย ด้านลายเส้นส่วนตัวแล้วรู้สึกชอบแบบนี้มาก อาจจะเปนเพราะดูแล้วสบายตา ดูง่ายด้วย การจัดองค์ประกอบภาพทำได้อย่างลงตัวดี เวิร์คมาก


อากาเนะ - ฮิอิรางิ!
จะยืนตรงนั้นไปจนถึงเมื่อไร มันอยู่สูงเกินไป
มันส่งลูกให้ไม่ได้


อากาเนะ- รีบๆลงมาซักทีเด่ะ
ฮิอิรางิ - จะรีบไปไหนแกวะ

อากาเนะ - ฮิอิรางิ!
ฮิอิรางิ - หนวกหูน่า อากาเนะ ทาจิบานะ

" คอยอยู่ตรงนั้นซะ !!."

**ฟันธง**

ด้วยความเปนคนชอบในกีฬาบาสเปนการส่วนตัว +กับ ชอบลายเส้นแบบนี้ หน้าตาตัวละครแสนกวนส้นตีนก็ขอให้คะแนนแบบอคติไป 9/10ครับ


ผู้แต่ง- Hiroyuki Asada
สำนักพิมพ์ในไทย- Nation
14 เล่ม(จบ)

** อย่าลืมเม้นท์ๆ ให้ป๋มด้วยนะครับ อยากแอดก็เชิญตามสบาย ขอบคุณมากฮับ**






edit @ 2006/05/03 13:21:21
edit @ 2006/05/05 12:04:13
edit @ 2006/05/05 12:13:54
edit @ 2006/05/05 12:20:05