**คำเตือน --โปรดอ่านให้เข้าใจก่อน -- **
ใครก็ตามที่มันอ่านฟรีแล้วไม่ยอมเม้นท์ให้ผม ขอให้มันกุดไปเลย อิอิ ช่วยเม้นท์ๆกันหน่อยจะได้เปนกำลังใจให้ผมได้ทำต่อไปแม้จะยังไม่ค่อยมีไรก็เหอะนะ

10ปี9ฤดูกาลในเมืองฟลอเรนซ์กับสิ่งที่ไม่มีวันจางหาย สิ่งที่ตราตรึงแฟนบอลชาวอันเตมิโอ ฟรังกี้ อยู่ในใจเสมอ คือการเล่นอันยอดเยี่ยมของชายชาวอาเจนไตน์ผู้นี้ เค้าคือวีรบุรุษในใจแฟนบอลฟิออเรนติน่าเสมอมา ไม่มีใครคือกองหน้าในดวงใจของพวกเค้าเทียบเท่าชายคนนี้อีกแล้ว กาเบรียล บาติสตูต้า
หากจะเอ่ยถึง กองหน้าระดับโลก ที่กองหลังและผู้รักษาประตูยกมือบ๊ายบายหนีกัน แน่นอนว่า กองหน้าชาวอาเจนไตน์รายนี้ ติดโผ1 ใน 10 นี้แน่นอน เราจะไปย้อนอดีตในวันวานของกองหน้า ฉายา บาติโกล์ ที่ทุกคนรู้จักกันดีรายนี้กัน เค้าผู้นี้คือ กาเบรียล บาติสตูต้า

--- กาเบรียล บาติสตูต้า [Gabriel Batistuta] ศูนย์หน้า ตีนระเบิด คือผู้เล่นที่เปนหน้าหนึ่งของตำนานอาเจนติน่า เค้าคือ ยอดดาวยิงที่ยิ่งใหญ่ เค้าทำได้ถึง 56 ประตู ในการลงเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่าทั้งหมด 78 นัด และได้ลงเล่นในเกมส์เวิร์ลคัพ ถึง 3 สมัย ในปี 1994 1998 และ 2002 สถิติการยิงในทัวร์นาเม้นท์ของเค้า อยู่ในอันดับ 6 ของนักฟุตบอลที่เข้าร่วมทั้งหมดโดยยิงไป 10 ประตูใน3สมัยที่ลงเล่น ส่วนสูง185 เซนติเมตร ถนัดขวา ฉายาบาติโกล์คนนี้ แขวนเกือกกับทีมชาติไปเมื่อปี 2002หลังจบเวิร์ลคัพ และตั้งหน้าตั้งตาเล่นให้กับโรม่า ทีมในลีคอิตาลี ก่อนไปอินเตอร์และไปเล่นกับทีมในแถบตะวันออกกลางกับอัลอาราบีศุนย์หน้ารายนี้ เล่นให้กับ ฟิออเรนติน่า เปนเวลา10 ปีตั้งแต่ ปี91(ฤดูกาล91-92 )จนถึง 200010 ปีนั้น เค้าซัดประตูมากกว่า 150 ประตู ให้กับทีมม่วงมหากาฬ ทีมดังจากฟลอเรนซ์ จนไม่มีใครกล้าเถียงกล้าหือกับเค้าเลยว่า นี่คือยอดดาวยิงแห่งเมืองฟลอเรนซ์อย่างแท้จริง
บาติสตูต้าเกิดในวันที่ 1 กุมภา 69 ในเมืองเล็กๆAvellaneda ที่อยู่ทางเหนือของกรุงบัวโนสไอเรส (แต่เค้าโตมาในแถบReconquista) เค้ามักจะเอาใจใส่ในการเรียนและให้ความสำคัญกับครอบครัวเสมอๆ เค้าเหมือนเด็กๆทั่วไปที่ต้องอยู่ในกฏระเบียบ ต้องไปช่วยพ่อเค้าที่ฟาร์มไก่เล็กๆ ตอนอายุ12ปี บาติสตูต้าได้ไปขับรถบรรทุกรอบเมือง ตอนนั้นเค้าไม่มีใบขับขี่(จะไปมีได้ไง เด็กอยู่เลย) เพื่อส่งไข่จากฟาร์มไก่ป๊ะป๋าเค้า เค้ารู้ว่าเค้าต้องขยัน และทำฝันเค้าให้เปนจริง นั่นคือการเปนหมอ ไม่ก็วิศวะ ส่วนตัวเค้าแล้วเค้าชอบการเล่นกีฬา เพราะด้วยส่วนสูงของเค้าทำให้ได้เปรียบ ทำให้วอลเล่ย์บอลและบาส กลายเปนกีฬาโปรดเค้าไปเลย จนกระทั่งปี 1978 เค้าได้ค้นพบสิ่งที่ชาวอาเจนหลงใหล นั่นคือ ฟุตบอล และปีนั้นอาเจนติน่า ได้คว้าเวิร์ลคัพ ในบ้านเกิดตัวเองได้สำเร็จ เมืองเล็กๆอย่างReconquista ที่ไม่มีแม้กระทั่งสนามเล่นบอล บาตี้ และผองเพื่อนยังได้มาเตะบอลกันตามถนนเลย (ฟุตบอลฟีเวอร์จริงๆ) บาตี้บอกว่า."เล่นบอลตามถนนโดยไม่มีรองเท้า เท้ามันด้านเปนประจำเลยล่ะ ทีมเราจะใช้สนามหญ้าข้างถนนใหญ่เปนที่เตะบอลกัน แล้วก็ใช้ ต้นไม้เปนเสาประตู"
พออายุ15 บาตี้ได้เข้าร่วมทีมเยาวชนทีมพลาเตนเซ่ และเพิ่มร่วมทีมมักเรียกเค้าว่า "El Gordo.." เพราะส่วนสูงเค้า(มันแปลว่าไร ใครแปลได้บอกป๋มที) และในปี1988ได้ไปที่โรซาริโอ เพื่อไปร่วมทีมระดับโปรที่มีชื่อว่า นีเวลโอด์ล บอย (the Newell's Old Boys Club) ที่นั่นในเวลาต่อมาเค้าก็ได้ชื่อเล่นว่า Camion หรือ เจ้ารถบรรทุกนั่นเอง พลังและ ความว่องของเค้าทำให้เค้าได้ฤกษ์เปิดหน้าต่างการเล่นบอลของเค้าในชุดนีเวล ในแมทท์เจอกับSan Martin ในวันที่ 15 กย. 88 เกมส์นั้น บาตี้ เล่นไป30นาที และทีมก็พ่ายไป0-1 อย่างไรก็ตามแฟนๆก็ตระหนักถึงความเปนจริงในอีก3 วันถัดมาเมื่อบาตี้ถูกส่งลงมาแทน สไตร์เกอร์ที่บาดเจ็บ ในเกมส์รอบเซมิไฟนอล ในศึกชิงแชมป์ฟุตบอลสโมสรอเมริกาใต้ หรือที่เรียกว่า"Copa Libertadores" (โคปา ลิเบอร์ตาเดอร์เรส์) แม้ว่าเค้าจะผลิตประตูไม่ได้ในเกมส์นั้นแต่หนังสือพิมพ์ และพวกนักข่าวได้เหนถึงพรสวรรค์และจั่วหัวข่าวถึงนักเตะรายนี้
ยังไงก็ตาม เค้าก็ประสบความสำเร็จกับการเปนนักบอลอาชีพใน โรซาริโอ ก่อนจะย้ายเข้าสู่เมืองหลวงในปี1989 เพื่อเล่นกับยอดทีมอย่าง ริเวอร์เพลท โดยการทำทีมของ เรนานโด เมอร์โร่ เปนการเล่นที่ดูแย่เหลือเกินเมื่อบาตี้ยิงได้4ลูกจาก17เกมส์ กลางฤดูกาล ดาเนียล ปาสซาเรร่า กัปตันชุดเวิร์ลคัพปี 78 มาเปนโค้ชให้ริเวอร์เพลท และนักเตะรายนี้ก็โดนดรอปยาวไปเลย และบาตี้ก็ได้กระโจนสู่อ้อมกอดของ โบคาจูเนียร์ในเวลาต่อมา
บาตี้เริ่มปลุกพรสวรรค์ของเค้ากับทีมใหม่และโค้ชใหม่ ความสามารถที่ขึ้นสนิมไปเพราะไม่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ถูกปลุกอีกครั้งนึง และปี91 เค้าเล่นมากกว่า 30 เกมส์และยิงได้13 ประตูทำให้ทีมผงาดขึ้นครองแชมป์ลีคประเทศได้สำเร็จและเปนดาวซัลโวด้วย และเปนส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมได้เล่นลิเบอร์ตาเดอร์เรส์ในรอบเซมิก่อนจะพลาดท่าพ่ายทีมจากชิลีไป บาตี้ถูกเลือกติดทีมชาติไปลุย โคปา อเมริกา บาตี้ซัดไป6 ลูกในทัวร์นาเม้นท์นั้นก่อนจะได้แชมป์ที่ประเทศชิลีนั่นเอง
หลังศึกโคปาอเมริกา บาตี้ ได้ย้ายไปค้าแข้งให้กับทีมจากเมืองฟลอเรนซ์นั่นก็คือ ฟิออเรนติน่า เมืองใหม่ วัฒนธรรมใหม่ ทีมใหม่ ทุกอย่างที่ดูแปลกตาไปประตูแรกในชุดสีม่วงนี้เกิดขึ้นในวันที่ 26 กุมภา 92 นัดนั้นเค้าเอาชนะยูเว่ไปได้1-0 เปิดตำนานหน้าแรกของบาติโกล์ในแดนรองเท้าบู้ต จากเวลานั้น ไม่มีใครหยุดยั้งเค้าได้อีกแล้ว 2ประตูถัดมาในเกมส์กับเจนัว และตะบันแฮตทริกใส่ฟอจจา อีก2ประตูที่"โอลิมปิคโค" (สตาดิโอ โอลิมปิคโค เปนสนามเหย้าของทีมลาซิโอ และ โรม่า ในกรุงโรม) ซีซั่นนั้นเค้าตะบันไป 13 ลูกใน27 นัดที่เล่น บาตี้คนเดียว ไม่เพียงพอต่อความสำเร็จให้ทีมฟิออเรนติน่าได้ ฟิออจบอันดับอยู่ที่อันดับ12 และร่วงไปอยู่ซีรี่ย์ B เวลานี้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ได้เข้ามาเปนโค้ชให้ทีม บาตี้ เปนกำลังหลักให้กับทีมอยู่ต่อไปแม้ว่าทีมจะตกชั้นไปเล่นใซ่รี่ย์ Bก็ตามที เค้ารักทีมๆนี้เมืองนี้ และมันเปนเสมือนความตั้งใจที่จะพาทีมกลับไปเล่นในซี่รี่ย์ A อีกครั้ง บาตี้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับชาวเมือง ฟลอเรนซ์ พาทีมกลับมาเล่น ซี่รี่ย์A ได้สำเร็จ( บาตี้ถูกบันทึกไว้ว่า เปนผู้เล่นที่ยิงประตูได้ติดต่อกันถึง 11 สัปดาห์) ทั้ง2ฤดูกาลนั้นบาตี้ยิงได้32 ลูกในฤดูกาล92-93และ93-94(ฤดูกาลละ16 ลูกทั้ง2ฤดูกาล)ก่อนจะกลับมาเล่นซีรี่ย์Aอีกครั้งในปี94
บาตี้ยังแรงไม่เลิก เค้าเข้าเปนส่วนหนึ่งในทีมชาติชุดลุยโคปาอเมริกาปี 93 และเปนจิ๊กซอว์ตัวนึงที่ทำให้ทีมได้แชมป์ และได้เปนหน้าหนึ่งของชีวิตเค้า ที่ได้ติดทีมฟ้าขาวไปลุยฟุตบอลโลกในปี 94 ที่อเมริกา ทีมชุดนี้เปนตำนานหน้าหนึ่งเลยทีเดียวเพราะมีทั้ง เคลาดิโอ คานิเกีย และ ดีเอโก้ มาราโดน่า บาติสตูต้าซัดแฮทริกในนัดเจอกรีซ อาเจนติน่าถลุงกรีซไปเละถึง4-0 ก่อนจะชนะอีก2เกมส์ กับทีมไนจีเรียและบัลแกเรียเข้ารอบไปอย่างงดงาม อย่างไรก็ตาม ทีมก็ถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ มาราโดน่า ถูกตรวจพบสารกระตุ้น (เสพย์ยานั่นแหละ) ก็เลยตีตั๋วกลับบ้านเกิดก่อนเพื่อนๆซะงั้น นัดต่อมาเค้าก็พ่ายให้โรมาเนียไป2-3 ทัวร์นาเม้นท์นี้เค้ายิงไป 4 ลูก บาตี้ตีตั๋วกลับอิตาลีด้วยความผิดหวัง
เริ่มต้นฤดูกาล 94-95กับฟิออ บาติสตูต้า ขึ้นแท่นดาวซัลโวของสโมสรหลังจากยิงไป26 ประตูจาก 32 เกมส์ ในฤดูกาลนั้น จบอันดับที่อันดับที่ 3 ทำให้ทีมได้ไปเตะแชมเปี้ยนลีคได้สำเร็จ วันที่10เดือนพฤษภา ปี96 ที่ Bergamo ฟิออเรนติน่า ชนะอตาลันตาในศึกโคปา อิตาเลีย นี่คือถ้วยรางวัลถ้วยที่ 5 ของสโมสรที่ได้มา 4เดือนถัดมาที่ ซานซีโร่ บาตี้ แสดงความมหัศจรรย์ให้โลกได้เห็น เมื่อเค้าทำลายแผงหลังมิลานที่มี ฟรังโก้ บาเรซี่ในยุคนั้นได้2 ประตูที่เค้าทำได้ ทำให้ทีมได้ถ้วย ซุปเปอร์ โคปา

ในช่วงปี 95-96 บาติสตูต้า ฉลองการเล่นครบ 100นัด ให้กับสโมสรอย่างยิ่งใหญ่ในเกมส์ที่ 101ที่ฟลอเรนซ์ ฟิออเอาชนะลาซิโอไป จากการยิงของบาตี้เค้าคนนี้ และมีการสร้างรูปปั้นของเค้าไว้หน้าสโมสรฟิออเพื่อให้ชาวฟลอเรนซ์ได้จดจำวีรบุรุษของพวกเค้าตลอดกาล
ฤดุกาล97-98 เริ่มต้นขึ้น บาตี้ยิงแฮทริกในนัดเจอ อูดิเนเซ่ นัดต่อมาเค้าก็ยิงเพิ่มอีก2 ประตู ผ่านไป2เกมส์ บาตี้ยิงไปแล้ว 5 ลูก และซีซั่นนี้เค้าก็ทำประตูที่ 100 ในซี่รี่ย์ A ได้สำเร็จ นับเปนผลงานอันยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตการค้าแข้งในแดนมักกะโรนีจริงๆ ความยิ่งใหญ่เค้าไม่ใช่สิ่งที่โกหก เค้าผลิตสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง ยิงประตู จ่ายลูกให้เพื่อน ทุกสิ่งทุกอย่างในสนามดึงดูดให้แฟนบอลหลงใหลในตัวชายผู้นี้มากขึ้นเรื่อยๆ ฤดูกาลนี้ ยิงได้21ลูกจาก31 เกมส์และอีก 12 ประตูจาก13 เกมส์ในศึกโคปาอิตาเลีย ช่วยให้ทีมได้เข้าไปเตะยูฟ่าคัพ
แม้ว่าบาติสตูต้าจะเปนที่โด่งดังในอิตาลีสัญญาณอันตรายในการติดทีมลุยเวิร์ลคัพเริ่มส่อแวว ปี97 ผจก.ทีมชาติ ปาสซาเรร่า(คนนี้ทีเคยมีปัญหากันตอนเริ่มค้าแข้งอยู่ในบ้านเกิด ตอนนั้นมีข่าวว่า ปาสให้ข่าวว่าไม่ต้องการนักเตะรายนี้ร่วมทีมแม้แต่น้อย) ถอดบาติสออกจากทีมชาติ ด้วยเหตุผลการไม่ลงรอยกัน(ตามที่สื่ออิตาลีบอกต่อๆกันมา) และด้วยเอกลักษณ์การทำทีมของปาสซาเรร่าที่ไม่ชอบผู้เล่นที่ไม่มีวินัย ผมยาว โฮโมเซ็กส์ชวลพวกเค้าไปลุยโคปา เอมริกาในปีนั้นและพ่ายให้บราซิลไปเส้นทางอันโหดร้ายยังไม่จบแค่นั้นเมื่อเค้าไม่ติดชุดรอบคัดเลือกไปเวิร์ลคัพที่ฝรั่งเศส ดูเหมือนปาสจะไม่เห็นถึงคุณค่าในตัวเค้าเลย ปาสคิดว่าทีมชุดนี้ไม่จำเปนต้องมีเค้า บาตี้ยิงประตูในทุกๆเวลาเผื่อว่าจะมีโอกาสถูกเรียกตัวอีกครั้ง และโอกาสก็มาอีกครั้งหนึ่ง
เวิร์ลคัพ98ที่ฝรั่งเศส อาเจนเริ่มต้นจากการชนะญี่ป่น1-0ด้วยประตุชัยของบาติสตูต้า ก่อนยิงแฮทริกในนัดเจอจาไมก้าช่วยให้ทีมชนะไป5-0 เค้าไม่ต้องการเปนผู้เล่นที่ดีที่สุดหรือดาวซัลโวสูงสุด บาติสตูต้ามุ่งหวังอย่างเดียวคือ การได้สัมผัสกับถ้วยเวิร์ลคัพ และทะยานไปเจอกับอังกฤษหลังชนะโครเอเชียไป1-0 ในนัดเจออังกฤษนี้ เค้ายิงประตูที่5 ในทัวร์นาเม้นท์นี้ และดวลลูกโทษชนะอังกฤษไป4-3หลังเสมอในเวลา2-2 ก่อนไปโดนฮอลแลนด์บดไป1-2
ปีถัดมา98-99 ฟิออเรนติน่าได้ผจก.ทีมที่เปนตำนานอีกคนนึงมาคุมทีมนั่นคือ โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ ตราปัตโตนี่ กับ บาตี้ เริ่มพาฟิออขยับเข้าใกล้สคูเด้ตโต้เรื่อยๆด้วยฟอร์มระเบิดประตูของบาติสตูต้า พาทีมกระโจนอยู่เหนือกลุ่มกลางตารางจนกระทั่งนัดที่เจอกับมิลาน วันที่7 กพ. บาติสตูต้า บาดเจ็บจนต้องพักรักษาร่วมเดือน ฤดูกาลนั้นบาติสตูต้ายิงไป21ประตู จบอันดับ3ให้ทีมในซีรี่ย์A ยกแชมป์ให้ลาซิโอไปในปีนั้น

ปี99-00 เปนปีสุดท้ายที่แฟนวิโอล่า ได้เห็นบาติสตูต้าในเสื้อสีม่วงนี้ กาเบรียล บาติสตูต้า กับ168ประตู ในเกมส์การเล่นที่มากกว่า250 นัด ความกระหายในชัยชนะ ความจงรักภักดีต่อสโมสรผู้ให้ที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ผลงานอันตื่นตาตลอด10ปีนี้ คือทุกสิ่งทุกอย่างที่แฟนชาววิโอล่าจะไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาด
อยู่กะโรม่าก่อนจะ->ไปอินเตอร์ 
จากนั้นในปี 2000 บาติสตูต้า ย้ายไปเล่นให้กับ โรม่า โดยยิง 20 ประตูจาก 28 นัดพาทีมคว้า สคูเด็ตโต้ มาครองได้สำเร็จ ก่อนย้ายไปเล่นให้อินเตอร์ในอีก3ปีถัดมา
ปี 2002 เวิร์ลคัพที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เปนเจ้าภาพ บาติสยิงประตูนัดเจอไนจีเรีย เปนประตูที่ 10ของเค้าในเวิร์ลคัพ3สมัย โชคไม่ดีที่เค้าไปแพ้อังกฤษคู่ปรับเก่าที่พวกเค้าเขี่ยตกรอบไปเมื่อ4ปีก่อน และเสมอ1-1กับสวีเดน ทำให้พวกเค้าตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย
ด้านชีวิตคู่ บาติสตูต้าแต่งงานกับอิลิน่าในปี1990 และมีลูกกัน3คน
--นี่คือตำนานอีกหน้าหนึ่ง ของชายชาวอาเจนติน่า ที่เปนยอดดาวยิงตลอดกาลในหน้าหนึ่งของฟุตบอลอิตาลี กรุงโรม และเมืองฟีเรนเซ่ รูปปั้นของเค้าหน้าสโมสร จะคงอยู่ตลอดกาลและตำนานของเค้าจะไม่มีวันจางหายไปจากความทรงจำของชาวเมืองฟลอเรนซ์อย่างเด็ดขาด --
edit @ 2006/04/29 16:37:18